เน็ต eSIM ญี่ปุ่นหมด เติมเน็ตได้ไหม หรือต้องซื้อ eSIM ใหม่?
แพ็กเกจ eSIM ญี่ปุ่นของเราไม่มีตัวเลือกเติมเน็ตเพิ่ม เมื่อดาต้าหมดหรือครบจำนวนวัน แล้วแต่อย่างไหนถึงก่อน แพ็กเกจนั้นก็สิ้นสุด ถ้าต้องการเน็ตเพิ่มต้องซื้อแพ็กเกจใหม่ ซึ่งจะส่งเข้าอีเมลและขึ้นในหน้าคำสั่งซื้อทันทีหลังชำระเงิน ในรูปแบบ eSIM ตัวใหม่ที่ติดตั้งคู่กับตัวเดิมได้ ราคาเริ่มที่ 480 เยนสำหรับ 1GB ใช้ภายใน 7 วัน
หน้านี้อธิบายวิธีเช็กว่าอะไรหมดกันแน่ วิธีติดตั้ง eSIM ตัวใหม่ตอนที่ไม่มีเน็ต และวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องนี้อีกในทริปหน้า

เช็กก่อนว่าอะไรหมด
"ใช้เน็ตไม่ได้" ไม่ได้แปลว่าแพ็กเกจหมดเสมอไป ก่อนซื้ออะไร ใช้เวลาสองนาทีเช็กเรื่องเหล่านี้
- ดูตัวเลขการใช้งาน บน iPhone ไปที่ การตั้งค่า > เซลลูลาร์ แล้วเลื่อนลงไปที่รายการการใช้งาน ตัวเลขของสาย eSIM จะบอกคร่าว ๆ ว่าใช้ไปเท่าไรแล้ว บน Android เปิดเมนูตั้งค่าซิมของ eSIM แล้วดูการใช้ข้อมูล ถ้าตัวเลขใกล้ขนาดแพ็กเกจแล้ว (1, 3, 5, 10, 20 หรือ 50 GB) ก็น่าจะเป็นเพราะดาต้าหมด
- นับวัน ถ้าใช้แพ็กเกจ 7 วัน และเชื่อมต่อครั้งแรกไปเมื่อ 7 วันก่อน แพ็กเกจก็ครบกำหนดแล้ว แม้ดาต้าจะยังเหลือก็ตาม
- ถ้าไม่ใช่ทั้งสองกรณี น่าจะเป็นเรื่องการตั้งค่า เช็กว่าเปิดโรมมิ่งข้อมูลของ eSIM อยู่ และเลือกเป็นสายสำหรับเน็ตมือถือแล้ว ลองเปิดปิดโหมดเครื่องบิน แล้วรีสตาร์ตเครื่อง ดูรายการเช็กแบบครบได้ในคู่มือ eSIM ญี่ปุ่น ถ้ายังใช้ไม่ได้ ให้อีเมลหาเราพร้อมหมายเลขคำสั่งซื้อ
ตัวเลขในมือถือเป็นค่าประมาณ อาจต่างจากตัวเลขของเครือข่ายเล็กน้อย แพ็กเกจจึงอาจหยุดก่อนหรือหลังตัวเลขที่เห็นบนจอนิดหน่อย
วิธีเพิ่มเน็ต
ขั้นที่ 1: หา Wi-Fi ต่อ
ต้องมีเน็ตเพื่อซื้อและติดตั้ง eSIM ตัวใหม่ Wi-Fi ของโรงแรมง่ายที่สุด ในเมือง คาเฟ่ ร้านสะดวกซื้อ สถานีรถไฟ และศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวหลายแห่งมี Wi-Fi ฟรี ซึ่งมักต้องกรอกลงทะเบียนสั้น ๆ ก่อน ถ้าซิมไทยยังอยู่ในเครื่อง จะเปิดโรมมิ่งข้อมูลของซิมไทยสักไม่กี่นาทีก็เป็นอีกทางหนึ่ง แต่ให้เช็กค่าโรมมิ่งของค่ายไทยก่อน
ขั้นที่ 2: ซื้อแพ็กเกจใหม่
เลือกแพ็กเกจให้พอสำหรับจำนวนวันที่เหลือ ไม่ต้องคิดเผื่อทั้งทริป แพ็กเกจญี่ปุ่นที่มีตอนนี้
- 1GB / 7 วัน, ¥480
- 3GB / 15 วัน, ¥780
- 5GB / 30 วัน, ¥1,100
- 10GB / 30 วัน, ¥1,780
- 20GB / 30 วัน, ¥2,880
- 50GB / 30 วัน, ¥5,480
แพ็กเกจที่ขึ้นว่า "Restocking soon" บนเว็บยังซื้อไม่ได้ในตอนนั้น ให้เลือกขนาดอื่นแทน ชำระเงินด้วยบัตร แล้ว QR code และข้อมูลการติดตั้งจะขึ้นในหน้าคำสั่งซื้อและส่งเข้าอีเมลทันที
ขั้นที่ 3: ติดตั้งแล้วสลับสายสำหรับเน็ต
แพ็กเกจใหม่คือ eSIM ตัวใหม่ ไม่ได้เพิ่มดาต้าเข้าไปในตัวเดิม ติดตั้งเหมือนตอนติดตั้งตัวแรก
- iPhone ที่ใช้ iOS 17.4 ขึ้นไป: ใช้ลิงก์ติดตั้งแบบแตะครั้งเดียวในหน้าคำสั่งซื้อ ไม่ต้องหาอีกจอมาไว้สแกน
- มือถือรุ่นอื่น: สแกน QR code จากอีกจอหนึ่ง (มือถือของเพื่อนร่วมทริป แล็ปท็อป หรือแท็บเล็ต) หรือกรอกรหัสเปิดใช้งานเองตามข้อมูลการติดตั้งในหน้าคำสั่งซื้อ
จากนั้นเปิดโรมมิ่งข้อมูลของสายใหม่และตั้งให้เป็นสายสำหรับเน็ตมือถือ แพ็กเกจใหม่จะเริ่มนับวันจากการเชื่อมต่อครั้งแรกในญี่ปุ่นของตัวมันเอง ไม่ได้นับต่อจากแพ็กเกจเดิม ขั้นตอนทีละขั้นอยู่ในคู่มือติดตั้งบน iPhone และบน Android

eSIM ตัวเก่าทำอย่างไรดี
เก็บไว้ในเครื่องก่อนจนกว่าจะแน่ใจว่าแพ็กเกจสิ้นสุดแล้วจริง ๆ เพราะ eSIM ที่ลบไปแล้วอาจติดตั้งกลับไม่ได้ และเราไม่ออกตัวใหม่ให้แทน เมื่อแน่ใจแล้วว่าหมด ก็ปิดสายนั้นได้ มือถือจะได้ไม่พยายามใช้มันอีก มือถือรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เก็บโปรไฟล์ eSIM ได้หลายตัว แม้จะใช้เน็ตได้ทีละสายก็ตาม การเก็บตัวเก่าไว้สักพักจึงแทบไม่มีปัญหา
ซื้อแพ็กเกจที่สองไว้ก่อนเน็ตหมด
ถ้าเห็นแล้วว่าใกล้หมด จัดการตอนที่ยังมีเน็ตอยู่จะง่ายกว่า
- ซื้อและติดตั้งแพ็กเกจที่สองล่วงหน้าหนึ่งหรือสองวันก่อนแพ็กเกจแรกจะหมด แล้วปิดสายใหม่ไว้ก่อน
- เมื่อแพ็กเกจแรกใช้ไม่ได้แล้ว ให้สลับสายสำหรับเน็ตไปที่ eSIM ตัวใหม่ เพราะแพ็กเกจใหม่เริ่มนับวันตอนเชื่อมต่อครั้งแรก ติดตั้งไว้ก่อนจึงไม่เสียวันเลย อ่านแพ็กเกจ eSIM เริ่มนับวันเมื่อไร
- ติดตั้งให้เสร็จก่อนวันสุดท้ายที่ระบุในอีเมลยืนยันคำสั่งซื้อของแพ็กเกจนั้น
วิธีนี้ใช้ได้กับคนที่อยู่นานเกิน 30 วันด้วย โดยใช้แพ็กเกจต่อกันไปทีละตัว
ยืดเน็ตที่เหลือให้ใช้ได้นานขึ้น
ถ้าเน็ตใกล้หมดแล้วและต้องใช้อีกแค่ไม่นาน วิธีเหล่านี้ช่วยลดการใช้เน็ตได้มาก
- เปิดโหมดข้อมูลต่ำของสาย eSIM (iPhone: การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > แตะสาย > โหมดข้อมูล > โหมดข้อมูลต่ำ) หรือเปิดโปรแกรมประหยัดอินเทอร์เน็ต (Data Saver) บน Android
- ปิดการรีเฟรชแอปในเบื้องหลัง การสำรองรูปอัตโนมัติ และการอัปเดตแอปผ่านเน็ตมือถือ
- เก็บการดูวิดีโอ สตรีมมิง และวิดีโอคอลไว้ทำตอนต่อ Wi-Fi ที่โรงแรม เพราะวิดีโอคือตัวที่ทำให้เน็ตหมดเร็วที่สุด
- ถ้ามีคนอื่นเกาะฮอตสปอตของคุณอยู่ อย่าลืมว่าทุกเครื่องที่เชื่อมต่อใช้ดาต้าของแพ็กเกจคุณ โดยเฉพาะแล็ปท็อปที่มักดาวน์โหลดอัปเดตในเบื้องหลัง อ่านฮอตสปอตและการแชร์เน็ต
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- ลบ eSIM ที่เน็ตหมดทิ้งทันที รอจนแน่ใจว่าแพ็กเกจสิ้นสุดแล้ว และถ้ามีอะไรไม่ชัดเจนให้ติดต่อเราก่อน
- ซื้อแพ็กเกจใหญ่ทั้งที่เหลืออีกแค่สองวัน แพ็กเกจ 1GB หรือ 3GB มักพอสำหรับช่วงท้ายทริป
- ลืมเรื่องโรมมิ่งของซิมไทย ถ้าจำเป็นต้องใช้เน็ตจากเบอร์ไทยชั่วคราว ใช้เสร็จแล้วให้ปิดโรมมิ่งข้อมูลของเบอร์ไทยอีกครั้ง อ่านวิธีเลี่ยงค่าโรมมิ่ง

ทริปหน้า: เลือกแพ็กเกจให้พอทั้งทริป
เน็ตหมดกลางทริปมักแปลว่าแพ็กเกจแรกเล็กไปหนึ่งขนาด หน้าไปญี่ปุ่นต้องใช้เน็ตกี่ GBของเรามีตัวเลขแยกตามจำนวนวันและรูปแบบการใช้งาน ถ้าลังเลระหว่างสองขนาด ขนาดที่ใหญ่กว่ามักคุ้มกว่า เพราะแพ็กเกจที่อยู่ติดกันราคาต่างกันแค่ไม่กี่ร้อยเยน
คำตอบสั้น ๆ: แพ็กเกจญี่ปุ่นของเราเติมเน็ตเพิ่มไม่ได้ เมื่อดาต้าหมดหรือครบจำนวนวัน ให้ซื้อแพ็กเกจใหม่ ติดตั้งเป็น eSIM ตัวที่สองผ่าน Wi-Fi แล้วสลับเน็ตมือถือไปใช้ตัวใหม่ แพ็กเกจใหม่จะเริ่มนับวันเมื่อเชื่อมต่อครั้งแรก และให้เก็บ eSIM ตัวเก่าไว้จนกว่าจะแน่ใจว่าหมดแล้วจริง ๆ
อัปเดตล่าสุด: 18 ตุลาคม 2026
เน็ตหมด? แพ็กเกจใหม่มาถึงในไม่กี่วินาที
ซื้อแพ็กเกจญี่ปุ่นใหม่ ติดตั้งผ่าน Wi-Fi ของโรงแรมหรือคาเฟ่ แล้วสลับสายสำหรับเน็ตมาใช้ตัวใหม่ แพ็กเกจใหม่จะเริ่มนับวันเมื่อเชื่อมต่อครั้งแรก
eSIM ญี่ปุ่น เริ่มต้น ¥480